Logo_fowardfx

Mindset สำหรับเทรดเดอร์

ปรับ Mindset อย่างไรให้เดินเส้นทางของเทรดเดอร์ได้ดี

  1. สมมุติพอถึงจุดหนึ่งที่เรามี portfolio เยอะมากเพราะเราใช้เวลากับมันในการเทรด รูปแบบการลงทุนเราจะเปลี่ยนไป เราต้องมองในแง่ของกลยุทธ์มากขึ้น รายได้ในระยะสั้น จะกลายเป็นอันตรายสำหรับเราได้ เพราะเราชินกับสิ่งเดิม ๆ เจอสิ่งเดิม ๆ เติมเงินเข้าไปเทรดหวังมันขึ้นคิดว่ามี Stop loss แล้วจะทำให้ไม่ขาดทุน แต่จุดนั้นไม่ได้ การันตีให้เราสำเร็จในระยะยาว  ดังนั้นเราต้องพยามหา  long term cash flow (หรือกำไรส่วนต่างทุนให้ได้มากที่สุด)  ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม
  2. ทำไมเรื่องการโฟกัสการทำนายราคาถึงหมดความสำคัญไปเรื่อย ๆ เพราะถ้าเราโฟกัสไปที่การทำนายราคา มันจะทำให้ความเสี่ยงของเราทั้งหมดตกไปอยุ่ที่ราคา จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราผิดทาง เรากำลังนำเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในภาวะที่ผิดไม่ได้ ซึ่งถ้าการลงทุนของเราตั้งฐานนอยุ่บนตรงนั้นแล้ว ในฐานะนักลงทุน เราเองคงไม่กล้าลงทุนกับกลยุทธ์การลงทุนแบบผิดไม่ได้จริงมั้ยครับ เพราะเมื่อไหร่ที่เราผิดทาง เราต้อง cut loss แล้วเมื่อไหร่ที่เรา cut loss ในปริมาณสูงขึ้น เราก็จะพยามเข้าOrderหนักขึ้นในตลาด เพื่อหากำไรมาชดเชย ดังนั้น ภาพของนักพนันมันจะเริ่มซึมเข้าไปที่เราโดยไม่รู้ตัว มีผู้จัดการกองทุนเก่ง ๆ จบอนาคตของตัวเองด้วยการผูกตัวไว้ที่ทำนายตลาดมันไม่สำคัญว่าเราจะถูก 80% 90% แต่ที่สำคัญแน่นอนคือ ไม่มีใครที่จะถูก 100% และ เมื่อเราผิดเราคิดว่าเราจะหาเงินมาชดเชยตรงที่เราผิดได้จริงหรือ
  3.  แน่นอนช่วงแรก ๆ การลงทุนแบบทำนายราคานั้นมันไม่อันตราย เพราะการเอาคืนหลังจากที่ผิดพลาดไปแล้ว มันยังง่าย ๆ อยู่ แต่เมื่อไรที่ที่พอร์ตเราใหญ่ขึ้นมาก ๆ เราจะเริ่มเห็นภาพพวกที่ไปเริ่มเจ๊งเมื่อพอร์ตเริ่มขึ้นไปสู่ ระดับ 100 ล้าน หรือ 1 พันล้าน หรือ เริ่มตันในการขยับขยาย เพราะ ถ้าพอร์ตในระดับนั้น เมื่อเราผิดเราคิดว่าจิตใจของเราจะสามารถรับไหวหรือ ถึงแม้ว่าตัวเลขจะ % เท่า ๆกัน เช่น มี port 100,000 บาท เราขาดทุน 10 % คือ 1 หมื่นบาท  กับมีพอร์ต 1 พันล้าน ขาดทุน 10% คือ 100 ล้าน  เราจะหา 100 ล้านนั้นคืนได้ง่ายๆเลย หรือ จะมีคนในตลาด ยอมเสียเงินคืนให้เรา 100 ล้าน ได้ง่ายๆหรือ มันคือความเสี่ยงในเชิงลึก เราต้องมองให้ออก เพราะเม็ดเงินมันมีจำกัด และ ไม่มีใครอยากขาดทุนหรอก
  4. ผมวางกลยุทธ์อย่างไร เวลาผมลงทุนแล้ว ผมจะต้องคิดว่า win-win เช่น ใน Crypto หากผมคิดว่ามันนั้นแพงแล้ว ผมก็จะเริ่มขายหรือถ้ามันถูกแล้ว ผมก็จะเริ่มซื้อ คราวนี้ถ้าเราคิดถูกเราก็จะได้เงินใช่มั้ยครับ  และถ้าเราผิดล่ะ มันจะเริ่มมีปัญหาสำหรับคนที่ไม่ได้วางกลยุทธ์ หรือ วางกลยุทธ์ผูกติดไว้ที่ตัวเองต้องถูกเท่านั้น  Order ของผมจริงต้องทยอยทำและเล็กมาก ๆ เพื่อให้เรามองออก สมมุติผมมีเงินอยุ่ 10 ล้าน บาท ทยอย short หุ้นตัวเล็ก ๆ 100 หุ้น ทีละ 200-300 บาท ถามว่าเมื่อไรเงินผมจะหมด เป็นต้น
  5. เราจะเริ่มถามว่าแล้วแบบนี้เมื่อไรจะรวย การเทรดหุ้นก็เหมือนหมากรุก หากเรามองแค่เกมส์ตรงหน้า หรือหมากตรงหน้าระยะสั้น มันก็ไม่ได้ทำให้เราแตกต่างจากผู้เล่นระดับทั่วไปจริงมั้ยครับ เราต้องหัดมองอะไรให้ยาวมากขึ้น ลึกซึ้งมากขึ้น เราจะเห็นว่าตลาดมันผันผวน สมมุติว่าผมผิด Orderเล็ก ๆ ของผมก็ติดไปเรื่อย ๆจริงมั้ยครับ แต่แน่นอนตลาดมันไม่วิ่งทางเดียวตลอด ระหว่างนั้นมันก็จะแกว่งไปตามความโลภ ความกลัวของคน มันก้ทำให้ผม เก็บกำระหว่างทาง ลดต้นทุนในOrderเล็ก ๆ ที่ผมติดไปเรื่อย ๆจริงมั้ยครับ แล้วยิ่งถ้าผมติดอยุ่นานเท่าไร ผมก้มีเวลา เก็บกำไรระหว่างทาง จากมันได้นานขึ้นเรื่อย ๆ จริงมั้ยครับ  และถ้าวันใด วันหนึ่งที่ผมเกิดถูกขึ้นมา เราคิดว่าพอร์ตผมจะโตขึ้นเท่าไรครับ เช่นเดียวกันหากผมไม่ถูกไปตลอดเราคิดว่าผมทำกำไรได้นานเท่าไรครับ 5 ปี -10 ปี และกำไรเหล่านั้นจะมหาศาลขนาดไหน ไม่ว่าจะอย่างไรหากเราลองคิดตาม มองอะไรที่ลึกซึ้งขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีแบบผมก็ได้  แนวทางในการเทรดของเราจะหลากหลายมากขึ้น ไม่ต้องผูกติดและเครียดอยู่กับการต้อง ทำนายตลาดอีกต่อไป เมื่อเราเข้าใจถึงระดับนี้ได้ เมื่อนั้นเราจะขึ้นมาเป็นผู้เล่นในเกมส์อีกระดับหนึ่งครับ ซึ่งลึกซึ้งและสนุกกว่าแบบเดิม ๆ มาก ๆ